บทความที่น่าสนใจ
เราจะมาไขข้อสงสัยที่หลายๆคนยังอาจจะมีความเข้าใจที่ผิดๆกับวิธีใช้เเอร์ยังไงให้ประหยัดเท่าที่เราสามารถทำได้เรามาดูกันนะครับ1.ใช้เครื่องเก่าไม่ยอมเปลี่ยนยังใช้ได้อยู่     หลายคนยังไม่ยอมเปลี่ยนเพราะเห็นว่ายังใช้ได้อยู่ซึ่งจริงๆแล้วแม้ตัวเครื่องภายนอกจะยังดูดีแต่ระบบภายในก็เสื่อมไปตามระยะเวลาในการใช้งานโดยเฉพาะแอร์เก่าๆที่ใช้งานมานานเกิน15ปีซึ่งนอกจากจะต้องเสียค่าซ่อมบำรุงแพงแล้วยิ่งใช้ยิ่งกินไฟอีกต่างหากดังนั้นแทนที่จะช่วยประหยัดอาจต้องจ่ายมากกว่าการซื้อเครื่องใหม่ซึ่งเครื่องปรับอากาศในตอนนี้ก็มีทั้งการพัฒนาระบบที่ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าแถมยังมีฟังก์ชันเสริมต่างๆที่ตอบโจทย์การใช้งานของเรามากขึ้นด้วย 2.ยิ่งค่าBTUสูงยิ่งดีจริงเหรอ     บางคนอาจจะยังเข้าใจผิดคิดว่ายิ่งค่าBTUเยอะยิ่งทำให้บ้านเย็นซึ่งจริงๆแล้วหากเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่าBTUสูงเกินความจำเป็นก็จะทำให้คอมเพรสเซอร์ตัดบ่อยแต่ถ้าเครื่องปรับอากาศมีค่าBTUต่ำเกินไปก็จะทำเครื่องทำงานหนักและกินไฟฉนั้นควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่าBTUเหมาะสมกับขนาดของห้อง         สูตร:พื้นที่ห้อง(กว้างxยาว)xค่าCoolingLoadEstimation=ค่าBTUที่เหมาะสม      การประเมินค่าCoolingLoadEstimationที่เหมาะสมกับแต่ละห้องมีดังต่อไปนี้ห้องนอน700-750BTU/ตารางเมตร,ห้องนั่งเล่น750-850BTU/ตารางเมตร,ห้องรับประทานอาหาร800-950BTU/ตารางเมตร,ห้องครัว900-1000BTU/ตารางเมตร,ห้องทำงาน800-900BTU/ตารางเมตรและห้องประชุม850-1000BTU/ตารางเมตร      ทั้งนี้สูตรคำนวณค่าBTUเหมาะสำหรับห้องที่มีเพดานไม่เกิน3เมตรหากความสูงมากกว่าและมีปัจจัยอื่นๆเช่นตำแหน่งของห้องทิศทางของแดดเครื่องใช้ไฟฟ้าและจำนวนผู้อาศัยจะต้องบวกค่าBTUเพิ่มขึ้นด้วย 3.เปิดแอร์พร้อมพัดลมทำให้เปลืองไฟมากกว่าจริงไหม     บางคนคิดว่าการเปิดพัดลมพร้อมกับแอร์ทำให้เปลืองไฟจริงๆแล้วเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟควรเปิดพัดลมควบคู่กับการเปิดแอร์ไปด้วยจะทำให้ห้องเย็นขึ้นและช่วยประหยัดไฟได้ซึ่งมีทริกง่ายๆเริ่มจากปรับแอร์ไปที่25-27องศาเซลเซียสแล้วเปิดพัดลมไปพร้อมๆกันพัดลมก็จะช่วยกระจายลมเย็นให้ทั่วห้องและช่วยลดอุณหภูมิในห้องได้อีก1-2องศาเลยทีเดียว 4.เปิดแอร์อุณหภูมิต่ำจะช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้น     หลายคนคงเคยปรับแอร์ให้มีอุณหภูมิต่ำเพราะอยากให้ห้องเย็นเร็วขึ้นซึ่งจริงๆแล้วทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุเพราะไม่ว่าตั้งให้อุณหภูมิต่ำสักแค่ไหนก็ใช้เวลาในการทำความเย็นพอๆกันกับการตั้งอุณหภูมิปกติอยู่ดีทางที่ดีถ้าหากอยากให้ห้องเย็นเร็วขึ้นให้เร่งความเร็วพัดลมแอร์จะช่วยได้ดีกว่า 5.อุณหภูมิ25องศาช่วยประหยัดไฟได้มากที่สุด     แม้ว่าการตั้งอุณหภูมิ25องศาจะช่วยประหยัดไฟแต่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเพราะจริงๆแล้วควรใส่ใจดูแลรักษาตัวเครื่องไปพร้อมกันโดยหมั่นตรวจเช็กระบบและทำความสะอาดเแอร์อย่างน้อยปีละ2ครั้งก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานและทำให้ตัวเครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 6.เปิด-ปิดแอร์บ่อยประหยัดไฟมากกว่า       ในความเป็นจริงการเปิดแอร์ค้างไว้หลายชั่วโมงติดต่อกันจะเปลืองไฟมากกว่าแต่การเปิด-ปิดแอร์บ่อยๆก็ส่งผลเสียกับตัวเครื่องไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะการทำแบบนี้จะทำให้เครื่องทำงานหนักและอายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควรจะเป็น       
เปิดดู:76
เเอร์เบอร์ห้าสามดาวดีอย่างไรประหยัดกว่าอย่างไร?    เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้าหรือตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปคนขายมักแนะนำว่าให้ดูที่ฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าพร้อมทั้งดูค่าต่างๆที่ระบุโดยฉลากดังกล่าวนี้เป็นของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือกฟผ.ที่ทำสัญลักษณ์ออกมาเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไปใช้งานมากที่สุดโดยกว่า30ชนิดจะถูกติดสติ๊กเกอร์รับรองไว้ว่าประหยัดไฟจริง    แต่เมื่อมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆในเวลานี้เพียงแค่ฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าอาจไม่เพียงพอเพราะได้มีการพัฒนาจากฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าให้กลายเป็นฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าแบบใหม่พร้อมออกสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่1มกราคม2562ซึ่งฉลากใหม่ที่ว่านี้จะเป็นการบอกค่าของการประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าแบบแรกเรียกว่าบอกได้ละเอียดกว่าเก่าโดยฉลากใหม่ที่ว่าจะบอกความละเอียดได้ถึง4อันดับประกอบไปด้วยเบอร์ห้า,เบอร์ห้าหนึ่งดาว,เบอร์ห้าสองดาวและเบอร์ห้าสามดาวสังเกตง่ายๆคือยิ่งมีดาวเพิ่มมากขึ้นก็หมายความว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นประหยัดไฟได้มากขึ้น     แล้วการเลือกซื้อแอร์หากเลือกซื้อรุ่นที่มีฉลากเบอร์ห้าสามดาวดีอย่างไร?แน่นอนว่าการเลือกฉลากแบบนี้จะช่วยในเรื่องของการประหยัดค่าไฟเพิ่มมากขึ้นแบบไม่ต้องสงสัยเลยยิ่งจำนวนดาวมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยประหยัดค่าไฟได้มากเท่านั้นซึ่งหากยังมีข้อสงสัยว่าประหยัดไฟได้มากน้อยแค่ไหนก็จะขอยกตัวอย่างการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่มีระดับดาวต่างกันมาเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น     ยกตัวอย่างการใช้งานแอร์ชื่อดังรุ่นหนึ่งขนาด20,000BTUระหว่างรุ่นประหยัดไฟเบอร์ห้าธรรมดากับประหยัดไฟเบอร์ห้าสามดาวจะมีค่าSEERที่แตกต่างกันโดยรุ่นเบอร์ห้าทั่วไปมีค่าSEERอยู่ที่23.07ขณะที่รุ่นเบอร์ห้าสามดาวค่าSEERอยู่ที่23.41นั่นแสดงให้เห็นชัดเจนว่ารุ่นเบอร์ห้าสามดาวประหยัดไฟมากกว่าหลายเท่าเนื่องจากยิ่งค่าSEERเยอะเท่าไหร่ก็จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากเท่านั้นทั้งนี้ขออธิบายค่าSEERให้เข้าใจกันก่อนค่านี้คือต้องแยกคำออกก่อนโดยEERมาจากคำว่า EnergyEfficiencyRatioหมายถึงค่าซึ่งได้มาจากการทดสอบการทำงานของเครื่องปรับอากาศยี่ห้อและรุ่นดังกล่าวกระนั้นคำดังกล่าวก็มีข้อจำกัดบางประการเนื่องจากเมื่อมีการนำมาใช้จริงทั้งสภาพอากาศ,ฤดูกาลมันต่างกันออกไปส่งผลให้ประสิทธิภาพจริงๆที่เกิดขึ้นย่อมต่างกันไปด้วยเมื่อเป็นเช่นนี้จึงเกิดการเพิ่มตัวSที่มาจากคำว่าSeasonalเข้าไปด้วยเมื่อรวมกันแล้วSEERก็มาจากคำว่าSeasonalEnergyEfficiencyRatioหมายถึงค่าวัดประสิทธิภาพเกี่ยวกับการใช้พลังงานของแอร์ที่ถูกวัดตามฤดูกาลอีกตัวอย่างสมมุติว่าเลือกใช้เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ขนาด12,000BTUฉลากเบอร์ห้าสามดาวมีการเปิดใช้ทุกวันๆละ8ชั่วโมงเปรียบเทียบกับเครื่องปรับอากาศแบบเดียวกันแต่อยู่ภายใต้ฉลากเบอร์ห้าเปิดจำนวนเท่ากันจะมีส่วนต่างเรื่องของค่าไฟที่ถูกกว่าถึง260บาทต่อเดือนโดยประมาณ การเลือกแอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงจะยิ่งช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆอย่างน้อยๆการลดภาระบางประการเช่นการลดค่าไฟฟ้าลงก็จะช่วยให้มีเงินในกระเป๋าเอาไว้ใช้จ่ายสิ่งอื่นที่มีความจำเป็นได้มากกว่าเดิมการเลือกสินค้าที่มีฉลากเบอร์ห้าสามดาวไม่เฉพาะเพียงแต่แอร์เท่านั้นแต่ยังรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นด้วย 
เปิดดู:85
      เนื่องด้วยทางสำนักงานพัฒนาฝีมือเเรงงานลำพูนร่วมกับhouzzmateได้เข้าตรวจเยี่ยมศิษย์เก่าที่เคยอบรมกับทางสำนักงานเเละเป็นผู้ประสบความสำเร็จในด้านอาชีพการงานเพื่อสร้างเเรงบันดาลใจเเละเป็นตัวอย่างเเก่รุ่นต่อๆไป       โดยการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ได้เข้าพบกับผศ.ดร.อาทิย์ยาวุฑฒิซึ่งในขณะนี้ได้เป็นอาจารย์ในคณะวิศวกรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา(ดอยสะเก็ด)เเละดำรงตำเเหน่งประธานหลักศูตรวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์เเละระบบควบคุมอัติโนมัติคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาได้ให้เกรียติพูดคุยเเละถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้ผ่านการอบรมกับทางสำนักงานรวมถึงเล่าประสบการณ์ในการร่วมเเข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติโดยเป็นตัวเเทนของทางสำนักงานพัฒนาฝีมือเเรงงานลำพูน เเข่งขันระดับภาคสู่เวทีระดับประเทศซึ่งเป็นเเรงบันดาลใจเเก่ตนเองในการเดินทางสายอาชีพปัจจุบันเเละเเรงบันดาลใจที่ดีเเก่รุ่นน้องต่อไปโดยhouzzmateได้ถ่ายทำมาเป็นClipVDOมาในโอกาศนี้เราหวังว่าทุกท่านที่ได้รับชมอาจเกิดเเรงบันดาลใจหรือสนใจฝึกอบรมพัฒนาตนเองให้เกิดเป็นประโยชน์เเละเป็นอาชีพต่อไปสำนักงานพัฒนาฝีมือเเรงงานลำพูนที่อยู่:129หมู่10,ตำบลบ้านกลางอำเภอเมืองจังหวัดลำพูน,5100051150 เวลาทำการ: 08:30-16.00น. โทรศัพท์:053537696 
เปิดดู:113
   เครื่องปรับอากาศเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทบจะเรียกได้เลยว่าสำคัญมากสำหรับบ้านคอนโดห้างร้านสำนักงานต่างๆ เป็นปัญจัยสำคัญอย่างหนึ่งของคนไทยก็ว่าได้โดยเฉพาะในหน้าร้อนการใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างเป็นประจำทุกวันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกและเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ที่ถูกใช้งานหนักอย่างต่อเนื่องหากจะมีอาการงอแงไปบ้างมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเช่นกันครับการดูแลรักษาเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานแอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นแต่ปัญหาเรื่องแอร์ที่มีหลากหลายอาการ วันนี้houzzmateเราจึงรวบรวมคำถามเกี่ยวกับเรื่องเเอร์ที่พบบ่อยเเละผู้คนสงสัยมาตอบโจทย์เเก้ปัญหากันนะครับห้องโดนแดดตลอดควรติดแอร์อย่างไร?ตอบ:ห้องโดนแดดตลอด จะทำให้เกิดความร้อนสะสมบริเวณผนังห้องทำให้เกิดความร้อนแอร์เปรืองไฟมากเปิดเท่าไหร่ก็ไม่เย็นแนะนำให้เปลี่ยนBTUของแอร์หรือซื้อแอร์ใหม่ที่มีBTUสูงกว่าเดิมโดยคิดจากสูตร(พื้นที่ห้องคูณด้วย1000)=จำนวนBTUขั้นต่ำของห้องที่โดนแดดตลอดเวลาตำแหน่งติดตั้งคอล์ยเย็นครติดทิศไหนจึงจะเหมาะสมติดทิศไหนดี?ตอบ:ตำแหน่งที่ติดตั้งคอล์ยร้อนให้ติดตั้งในตำแหน่งที่โดนแดดน้อยที่สุดและให้หลีกเลี่ยงการติดตั้งในทิศตะวันตกรวมถึงห้ามติดในทางทิศลมตีกลับเพื่อป้องกันลมตีความร้อนต้านแรงเป่าพัดลมแอร์ระบายความร้อนและที่สำคัญอย่าไปติดในที่ที่ไม่สามารถดูแลรักษาได้เช่นบางที่ตึกสูงติดซะนอกหน้าต่างเลยเสียทีทำให้ข่างแอร์เสี่ยงตายเวลาซ่อมบ้านอยู่ชั้นบนสุดหอพักชั้นบนสุดได้รับความร้อนจากเพดานตลอดเวลาเปิดแอร์ไม่เย็นซักทีทำอย่างไรดี?ตอบ:ถ้าคุณอาศัยอยู่ห้องชั้นบนสุดของหอพักบ้านหรือตึกแถวฯลฯจะประสบปัญหาความร้อนเข้ามาทางด้านบนเพดานแบบร้ายแรงเเนะนำให้ว่าควรจะติดฉนวนกันความร้อนบริเวณเหนือฝ้าแบบหนาจะสามารถกันความร้อนได้แน่นอนควรติดตั้งแอร์ทางไหนดีหากห้องเป็นห้องแนวยาวควรติดแนวขวางหรือติดแนวนอน?ตอบ:หากห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยเเนะนำให้ติดแอร์ในทางยาวของห้องเพราะลมแอร์สามารถเป่าไปทางยาวได้แรงกว่าด้านข้างเพื่อความเย็นที่เต็มประสิทธิภาพติดตั้งเเอร์เขาแถมท่อแอร์รางครอบท่อฯลฯมาให้แค่4-5เมตรควรซื้อเพิ่มไหม?ตอบ:ตามทฤษีเวลาติดตั้งแอร์หากไม่มีความจำเป็นมากควรทำให้ท่อแอร์มีระยะทางสั้นที่สุดเพราะว่าหากท่อแอร์ยาวเกินไป(ระยะห่างระหว่างเครื่องแอร์กับพัดลมระบายความร้อน)จะทำให้แอร์เสียกำลังในการทำความเย็นและทำงานหนักขึ้นสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุถ้าอยากให้ช่างมาล้างแอร์หลังจากล้างแอร์ควรวัดน้ำยาแอร์ด้วยดีไหม?ตอบ:เวลาเราล้างแอร์หรือจ้างช่างแอร์มาล้างแอร์ให้เราแล้วเกิดอยากจะวัดน้ำยาแอร์จะได้ไม่เสียเวลาบอกตรงๆอย่าทำเลยเพราะว่าระบบน้ำยาแอร์นั้นเป็นระบบปิดน้ำยาไม่สามารถรั่วได้เลยบางทีแอร์อายุ10ปีขึ้นไปยังไม่ต้องเติมน้ำยาแอร์เลยและอาจเป็นช่องทางให้ช่างแอร์เรียกเก็บเงินเพิ่มก็ได้นะบ้านใช้ไฟ5แอมป์15แอมป์จะติดแอร์ได้กี่เครื่องและขนาดกี่BTU?ตอบ:สำหรับมิเตอร์ไฟแบบ5แอมป์นั้นแนะนำให้ติดแอร์แบบไม่เกิน13,000BTUไม่ควรเกิน1ตัวนะเพราะเราต้องเผื่อการใช้ไฟฟ้าในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆด้วยส่วนใครที่ใช้ไฟแบบ15แอมป์คุณสามารถติดแอร์ได้หลายตัวเลยแต่อย่าลืมปรึกษาร้านแอร์ช่างแอร์ก่อนหละแอร์มีน้ำหยดออกมาทางท่อหรือหยดออกมาตรงเครื่องแอร์ดีหรือเสียอย่างไรควรทำอะไรดี?ตอบ:แอร์โดยปกติแล้วจะมีน้ำไหลออกมาตลอดเวลาเพราะเกิดจากการระเหยของไอเย็นในเครื่องแอร์เป็นอาการปกติที่ดีน้ำที่หยดออกมาแปลว่าแอร์มีความชื้นสูงเพราะหน้าที่ของแอร์คือมันจะดูดความชื้นออกจากห้องเป็นเรื่องปกคิแต่หากหยดมากๆอันนั้นเกินไปอาจทำให้แอร์ทำงานหนักหากผู้ที่ประสบปัญหาน้ำแอร์หยดลงมาจากเครื่องแอร์ทางที่ดีควรต่อท่อออกไปข้างนอกเพื่อให้มันหยดออกข้างนอกแทนควรล้างแอร์เมื่อไหร่ดีกี่วันกี่เดือนหรือกี่ปีควรล้างแอร์?ตอบ:เวลาที่ควรเหมาะสมในการล้างแอร์นั้นไม่ได้มีการบอกว่าต้องล้างบ่อยแค่ไหนแต่ควรล้างก็ต่อเมื่อพัดลมทรงกระบอกในคอลย์เย็นตันหรือ ลมไม่ค่อยดูดแล้วเวลาล้างก็ให้ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือจะใช้ผ้าใบล้างแอร์ในกรณีแอร์นั้นติดผนังเพื่อป้องกันน้ำเลอะเทอะส่วนคอล์ยร้อนหรือพัดลมระบายอากาศแอร์ที่ติดตั้งนอกห้องให้เอาน้ำฉีด (ปิดแอร์ก่อน)จากด้านในออกจากด้านนอกถ้าไม่ได้ก็ให้ฉีดเฉียงๆแทนห้ามฉีดน้ำเข้าแบบตรงๆโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้ผุ่นละออกจับกับน้ำเข้าไปข้างในลึกอีก ช่วงหน้าร้อนแอร์ไม่เย็นแล้วท่อแอร์นอกบ้านมีน้ำแข็งเกาะอยู่ควรทำอย่างไร?ตอบ:ถ้าพบน้ำแข็งเกาะท่อแอร์นอกบ้านแล้วแอร์ไม่ค่อยเย็นต้องแน่ใจว่าพัดลมแอร์ไม่อุดตัน(ล้างแอร์สะอาดแล้ว)ให้สันนิฐานก่อนเลยว่าน้ำยาแอร์อาจเหลือน้อยหริอรั่วเครื่องปรับอากาศมีอายุการใช้งานเท่าไหร่ควรเปลี่ยนเมื่อไรดี?ตอบ:แอร์ที่มีอายุที่ควรเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานถ้าเปิดเกือบทุกวันประมาณ15ปีก็น่าจะคุ้มค่าเกินพอที่ควรจะเปลี่ยนเพราะนอกจากจะช่วยลดค่าไฟแล้วยังได้สัมผัสกับเทคโนโลยีของเครื่องปรับอากาศแบบใหม่ๆอีกด้วย  เปิดที่อุณหภูมิเท่าไหร่จึงประหยัดที่สุด?ตอบ:หากถามถามใครเขาก็คงจะตอบว่า25องศา ดีที่สุดซึ่งจริงๆแล้ว25องศานั้นไม่ได้ดีเสมอไป เพราะว่า25องศานั้นเป็นอุณหภูมิที่ร่างกายเราสู้สึกสบายที่สุดนั่นเองและมันลงตัวกับการกินไฟที่ไม่มากแต่หากบางคนคิดว่าเย็นเกินไปสามารถเปิด26-27- 28องศาได้ตามสบายใจและถ้าอยากประหยัดไฟควรเปิดพัดลมช่วยเพราะช่วยประหยัดแอร์ได้มากเลยถ้าเปิดพัดลมร่วมกับแอร์ที่องศาสูงกว่า25ครับวันนี้เราก็ได้ตอบปัญหาหลากหลายข้อสงสัยหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเเอร์เครื่องปรับอากาศท่านสามารถเขียนข้อสงสัยที่ใต้คอมเม้นท์ได้นะครับเราจะรวบรวมเเละตอบข้อสงสัยให้ท่านในภายหลังครับผม
เปิดดู:119
วันนี้houzzmateเเหล่งรวมช่างเเละบทความดีๆสำหรับช่างหรืองานช่างเพื่อให้เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยได้หาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของงานช่างอีกด้วยวันนี้เราจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องล้างเเอร์เเบบใช้น้ำเเละโฟมต่างกันอย่างไรผลดีผลเสียของเเต่ละเเบบ(เเบบไหนดีกว่ากัน)เพราะได้ยินมาว่าถ้าใช้โฟมล้างจะมีผลเสียกับเเผงความเย็นจริงหรือ?เเต่จากข้อสรุปที่ได้มานะครับจะประมาณได้ว่าล้างเเอร์เเบบใช้น้ำ=อาบน้ำ ล้างเเอร์เเบบใช้โฟม=แค่ล้างหน้าข้อดีเเบบใช้โฟมก็คือทำเองได้ง่ายๆใช้เวลาไม่มากเครื่องไม่ช้ำโดนถอดเข้าถอดออกใช้อุปกรณ์การทำน้อยข้อเสียเเบบใช้โฟมก็คืออาจจะไม่สะอาด100%หรืออาจทำให้ฝุ่นละอองอุดตันท่อทิ้งน้ำได้ข้อดีเเบบใช้น้ำก็คือเป็นการล้างที่สะอาดที่สุดบางคนใช้ฉีดโฟมก่อนค่อยนำน้ำมาล้างตามก็ได้ ข้อเสียเเบบใช้น้ำก็คือต้องมีความรู้เรื่องเเอร์ในระดับหนึ่งต้องเรียกช่างไม่สามารถทำเองได้ใช้เวลาพอสมควรเครื่องมืออุปกรณ์มากที่ใช้เยอะคือเราสามารถล้างเองได้ทุกเดือนโดยใช้โฟมเเต่เมื่อครบ3-6เดือนหากเราต้องการล้างให้สะอาดยังไงต้องใช้น้ำล้างอยู่ดีโดยการล้างใหญ่(เเกะออกมาล้าง)โดยให้ดีที่สุดคือให้ช่างที่มีความชำนาญในด้ายนี้ทำการเเกะเเละล้าง ข้อเเนะนำในการล้างเเอร์ -ควรล้างฟิวเตอร์กันฝุ่นทุกๆสัปดาห์-ควรล้างเเอร์ล้างใหญ่ทุกๆ3-6เดือนคือปีละ2-4ครั้ง(ขึ้นอยู่กับการใช้งาน)สรุปนะครับ ฟองโฟมมันขยายตัวทำให้ฝุ่นละอองหลุดจากแผงอย่างไรก็ต้องฉีดน้ำล้างอีกอยู่ดีครับเพื่อความสะอาดเเละให้เเผงโล่งทำให้เเอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
เปิดดู:129
          เเอร์หรือเครื่องปรับอากาศเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พูดได้ว่าจำเป็นเป็นอันดับต้นๆเเล้วในการใช้ชีวิตประจำวันสำหรับอากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างบ้านเรา พูดได้ว่าหากวันไหนเเอร์มีปัญหาหรือไม่เย็นบางท่านอาจจะนอนไม่ได้เลยทีเดียวก็ต้องเรียกช่างมาดูบางทีช่างก็ไม่ว่างหรือราคาในการซ่อมแอร์ก็ค่อนข้างสูงวันนี้houzzmateจะเเอบมาบอกทริคเล็กๆน้อยๆเบื้องต้นเผื่อให้ท่านเจ้าของบ้านได้ตรวจสอบดูเเลเเก้ไขเองเเบบเบื้องต้นไม่ต้องพึ่งพาช่างอาจไม่ต้องหาช่างให้วุ่นวายหากเคสไม่ยากเเละหนักจนเกินไป9สาเหตุหลักๆที่ทำให้เเอร์ของท่านทำงานไม่ปกติมีอะไรบ้าง?1.ถ้าแอร์ไม่เย็นแต่คอมเพรสเซอร์ยังทำงานจะเเก้ไขทำยังไง? โดยทั่วไปถ้าแอร์ไม่เย็นแต่คอมเพรสเซอร์ยังทำงานมักจะมีสาเหตุมาจาก -แอร์บ้านสกปรกโดยปกติควรล้างฟิวเตอร์กรองด้วยตนเองอาทิตย์ละครั้งเเละหากยังไม่เย็นอีกควรล้างทั้งเครื่องแอร์ด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้องซึ่งความถี่ในการล้างและตรวจสอบแอร์ที่บ้านควรอย่างน้อยปีละ2-4ครั้งเป็นอย่างต่ำเเล้วเเต่การใช้งาน(อันนี้อาจต้องใช้ช่างเพราะถ้าล้างไม่ดีสิ่งสกปรกอาจอุดตันได้)-น้ำยาแอร์ขาดควรทำการตรวจสอบและการเติมน้ำยาแอร์ปีละ2ครั้งโดยให้ช่างผู้ชำนาญการเป็นคนประเมินว่าควรเติมน้ำยาเข้าไปที่ตัวแอร์เท่าไหร่(โดยปกติR22จะใช้น้ำยาแอร์แรงดันประมาณ70-80ปอนด์ต่อตารางนิ้ว/R32.ใช้150-180ปอนด์ต่อตารางนิ้วเป็นต้น )-มีอาการตันของระบบน้ำยาแอร์ต้องทำการเปลี่ยนCapillaryTube(ตัวฉีดน้ำยา),ตัวกรองความชื้นและระบบเติมน้ำยาเช่นกันครับหากมีน้ำยาแอร์มีการอุดตันเราก็จะต้องทำการเปลี่ยนอะไหล่เป็นชื้นใหม่ซึ่งเราควรทำการตรวจเช็คสภาพแอร์ที่บ้านอย่างสม่ำเสมอเพราะจะช่วยให้เราทราบได้ทันทีว่าอุปกรณ์ภายในของแอร์ตัวใดเกิดอาการเสื่อมสภาพบ้างจะได้เปลี่ยนอะไหล่ได้ทันท่วงทีไม่มีลมร้อนให้เสียอารมณ์2. ถ้าแอร์ไม่เย็นและคอมเพรสเซอร์ก็ไม่ทำงานจะเเก้ไขทำยังไง?-สายไฟที่เชื่อมต่อไฟฟ้าไปที่ตัวแอร์อาจมีการชำรุดหลุดออกหรือขาดซึ่งวิธีแก้คือเราจะต้องทำการตรวจเช็คหาจุดที่สายไฟเสียหายและควรให้ช่างผู้ชำนาญการเข้ามาเปลี่ยนใหม่จะดีที่สุด-อะไหล่ส่วนของการควบคุมแอร์ชำรุดเสียหายปกติแล้วตัวแอร์จะมีชิ้นส่วนอยู่หลายตัวซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการควบคุมแอร์ไม่ว่าจะเป็นตัวตัดต่อวงจรไฟฟ้า,แคปสตาร์ทหรือแผงควบคุมหลักของตัวเครื่องซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้หากมีการชำรุดแล้วล่ะก็จะเป็นจะต้องแจ้งให้ช่างเข้ามาเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิตเท่านั้นไม่เเนะนำให้ซ่อมด้วยตนเองครับ3.ถ้าแอร์ไม่เย็นแถมยังมีเสียงดังออกมาด้วยจะเเก้ไขทำยังไ?หากแอร์ไม่เย็นมีเสียงดังออกมาจากตัวเครื่องอาจจะมีอาการดังนี้-แอร์บ้านอาจสกปรกอุดตันสามารถแก้ไขด้วยตนเองโดยใช้น้ำยาล้างเเอร์เเบบง่ายชนิดพ่นโฟมที่ล้างเองได้เเต่อาจเกิดอาการอุดตันได้ภายหลังการล้างจึงไม่ค่อยเเนะนำเท่าไรครับควรใช้ปั๊มน้ำแรงดันสูงอย่างสม่ำเสมอ2-4ครั้งต่อปีซึ่งถือเป็นวิธีแก้ปัญหาพื้นฐานแนะนำให้ช่างแอร์ที่มีประสบการณ์มาทำเนื่องจากหากทำการถอดแอร์เพื่อล้างเรียบร้อยแล้วแต่หากมีการประกอบแอร์หลังจากการล้างไม่ดีก็อาจทำให้เกิดเสียงดังรบกวนออกมาเหมือนเดิม-มอเตอร์ของบานสวิงหน้าแอร์เสียหรือขาบานสวิงหักทำให้ลมเย็นไม่ออกมาอย่างเต็มที่ก็ถือว่าทำให้แอร์ไม่เย็นได้นอกจากนั้นหากมอเตอร์พัดลมเสื่อมสภาพใบพัดลมตีกับโครงแอร์ก็ยิ่งเป็นสาเหตุหลักทำให้แอร์ไม่เย็นและเสียงดังกว่าเดิมอันนี้ควรเรียกช่างผู้ชำนาญการมาตรวจเช็คหาจุดที่กระทบกันโดยเร่งด่วน4. แอร์มีน้ำหยดจากตัวเครื่องต้องทำยังไง?- แอร์จะมีน้ำที่เกิดจากการระเหยนี้ไหลออกมาตลอดเวลาถือเป็นอาการที่ดีซึ่งแสดงว่าแอร์ของเรามีความชื้นสูงเพราะหน้าที่ของมันคือการดูดซับความชื้นออกจากห้องที่เราอยู่แต่หากมีน้ำหยดมากจนเกินไปอาจเกิดจากท่อน้ำทิ้งอุดตันเพราะสิ่งสกปรกให้แก้ไขด้วยการล้างแอร์ด้วยปั้มแรงดันสูงไหล่สิ่งสกปรกที่อุดตันเเผงออกไป5.แอร์มีกลิ่นอับชื้นสาเหตุจากมีความชื้นสูง/เเละแอร์สกปรก/เดินท่อน้ำทิ้งไปตรงกับท่อระบายน้ำวิธีแก้ไขตั้งโหมดลดความชื้นที่รีโมต/ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง/ทำการเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ 6.บานสวิงที่คอยล์เย็นไม่ทำงานสาเหตุที่เกิดอาจมาจากมอเตอร์สวิงเสีย/ขาบานสวิงหัก/ แผงควบคุมเสียวิธีแก้ไขเปลี่ยนมอเตอร์สวิง/ เปลี่ยนขาบานสวิง/เปลี่ยนแผงควบคุม--หรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต 7.ท่อน้ำยาด้านส่งมีน้ำหรือน้ำแข็งเกาะ(เฉพาะเครื่องรุ่นที่ฉีดน้ำยาที่แฟนคอยล์ยูนิต)สาเหตุอุปกรณ์กำจัดความชื้นและไส้กรองตัน/ เซอร์วิสวาล์วด้านส่งอาจจะเปิดไม่สุดวิธีแก้ไขเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่/เปิดวาล์วให้สุด 8.แคปรัน(RunCapacitor)ขาดหรือเกิดลัดวงจรสาเหตุอาจจะเกิดมาจากใช้ขนาดความจุไม่ถูกต้อง/ แรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงผิดปกติ(มากกว่า110%ของแรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงสุด)วิธีแก้ไขเปลี่ยนแคปรันให้มีขนาดความจุที่ถูกต้อง/หาสาเหตุและแก้ไขให้ถูกต้องหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรียกช่าง9.อาการโอเวอร์โหลดตัดวงจรและคอมเพรสเซอร์หยุดทำงานหลังจากที่เริ่มสตาร์ทใหม่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆสาเหตุเกิดจากมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านโอเวอร์โหลดมากเกินไปมีแรงเคลื่อนไฟฟ้าตกโอเวอร์โหลดขัดข้องแคปรัน(RunCapacitor)เสียหายขัดข้องคอมเพรสเซอร์มีอาการร้อนจัด คอมเพรสเซอร์ไหม้ วิธีแก้ไขตรวจเช็ควงจรไฟฟ้ามอเตอร์พัดลมสายไฟและขนาดของโอเวอร์โหลดให้ถูกต้องค้นหาสาเหตุและทำการแก้ไขตรวจเช็คกระแสไฟฟ้าและเปลี่ยนโอเวอร์โหลดค้นหาสาเหตุและเปลี่ยนแคปรันใหม่ตรวจวัดสารทำความเย็น(อาจมีการรั่ว)ถ้าจำเป็นให้เพิ่มเติมแล้วตรวจสอบซุปเปอร์ฮีทหรือต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ เมื่อแอร์ไม่เย็นเราก็พอจะรู้เหตุผลว่าเกิดอะไรขึ้นหรือบอกปัญหาช่างได้เร็วขึ้นแถมรู้ราคาของอุปกรณ์ในการซ่อมแอร์ทำให้ไม่ต้องเสียเงินในกาซ่อมแอร์แพงอีกต่อไปสำรับผู้ที่สามารถซ่อมแอร์ได้เองยิ่งประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกหนึ่งทางมีเงินเหลือเก็บอีกด้วย
เปิดดู:221
                เป็นปัญหาที่เกิดบ่อยๆกับผู้อยู่อาศัยหรือเจ้าของบ้านที่ต้องการช่างเเละหาช่างยากลำบากหรือได้ช่างที่มาทำงานเบิกเงินเเล้วหายหรือพูดง่ายๆคือเจอช่างโกงเเล้วตามตัวไม่ได้เลยเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวสำหรับท่านเจ้าของบ้านที่หาช่างมาทำงานที่บ้านที่ทำงานหรือร่วมงานกันhouzzmateได้พัฒนาระบบการยืนยันตัวตนของช่างด้วยระบบKYCเพื่อให้ช่างที่อยู่ในระบบมีตัวตนสามารถติดตามได้อย่างน้อยเราไม่การันตีว่าช่างจะไม่หนีหายทิ้งงานไปเเต่อย่างน้อยเราก็อุ่นใจหากช่างที่ท่านหามาสามารถหาหลักฐานอ้างอิงระบุตัวตนหรือสามารติดต่อได้ระดับหนึ่งเเละมีประโยชน์กับช่างด้วยอีกทางหนึ่งเพราะหากท่านยืนยันตัวตนเเละได้รับการตรวจสอบเเล้วทางเจ้าของงานเจ้าของบ้านผู้จ้างวานก็อยากจะจ้างงานช่างที่มีการยืนยันตัวตนก่อนเป็นอันดับเเรกเเละที่สำคัญคือได้ช่างที่ใกล้เคียงกับงานของท่านเจ้าของบ้านเจ้าของงานเพื่อประหยัดเวลาเข้าหน้างานได้อีกเพราะเรามีสมาชิกช่างเรียกได้ว่าเกือบทุกจังหวัดทั่วไทยตัวช่วยการจัดการสำหรับท่านที่ต้องการอยากประกาศหาช่าง(คลิกเพื่อประกาศหาช่าง) เเละ(วิธีการประกาศหาช่าง)สำหรับช่างที่อยากยืนยันตัวตน (คลิกที่นี้เพื่อยืนยันตัวตน)ช่องทางติดต่อเมื่อมีปัญหาด้านกฎหมาย(คลิกที่นี้เพื่อปรึกษาด้านกฎหมาย)Houzzmateเราสร้างสังคมช่างคุณภาพ
เปิดดู:1285
การเตรียมความพร้อมของบ้านในหน้าฝนเป็นสิ่งสำคัญเพราะหน้าฝนเป็นฤดูที่มากับน้ำที่เปียกเเละความชื้นจึงสามารถทำความเสียหายให้กับบ้านเรือนของคุณได้เป็นอย่างดี หลังคา คือส่วนที่รับน้ำฝนเต็มๆอันดับแรกตรวจรอยแยกรอยต่อของหลังคาให้ดีว่ามีน้ำรั่วซึมหรือเปล่าแต่ปกติแล้วเราควรตรวจเช็คหลังคา2ครั้งต่อปีดีกว่าเนาะดีกว่าที่จะมานั่งจ่ายค่าซ่อมแซมก่อนที่จะสายเกินไป รางน้ำและกันสาด บ้านบางหลังอาจจะมีรางน้ำฝนและกันสาดหน้าบ้านด้วยให้ตรวจเช็คตรงรอยต่อว่ามีช่องโหว่หรือจุดที่เป็นสนิมไหมถ้าหากตรวจเจอให้รีบจัดการซ่อมแซมทันทีก่อนที่จะเป็นกลายรอยรั่วใหญ่ ผนังและเพดาน ตรวจสอบกำแพงและเพดานบ้านให้ดีหากเจอรอยแตกร้าวควรรีบซ่อมให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการรั่วซึมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้บ้านเกิดความชื้นและส่งผลเสียร้ายเเรงต่อโครงสร้างบ้านในอนาคตอีกด้วยทางระบายน้ำ ตรวจสอบท่อระบายน้ำในตัวบ้านดูว่าจุดไหนมีสิ่งอุดตันไหมถ้ามีเวลาว่างควรลอกท่อไว้ก่อนช่วงหน้าฝนได้ก็จะดีมากๆซึ่งช่วยให้ท่อระบายน้ำได้ดีต้นไม้ ถ้าบ้านเราปลูกต้นไม้ไว้ในพื้นที่รอบๆบ้านตรวจสอบดูหน่อยซิว่าลำต้นไปจนถึงกิ่งก้านมีความแข็งแรงพอที่จะต้านทานแรงลมพายุฝนได้มั้ยถ้าไม่มั่นใจให้ตัดกิ่งออกสักนิดก่อนที่ลมจะพัดให้ต้นไม้ตกลงมาจะเกิดความเสียหายให้กับบ้านได้ พื้นบ้าน ตรวจสอบพื้นบ้านถ้าบริเวณไหนมีตะไคร่เกาะอาจจะทำให้ลื่นล้มควรขัดล้างให้สะอาดและต้องระมัดระวังในการเดินด้วยเ‍ชื่อได้เลยว่าหากถ้าเราเตรียมความพร้อมได้ครบตามทั้งหมดนี้รับรองว่าหน้าฝนปีนี้หรือปีไหนถึงจะไม่ค่อยได้ออกไปไหนแต่เราก็สามารถอยู่บ้านได้อย่างมีความสุขแน่นอน
เปิดดู:324
   เเค่หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยเเต่จะรู้หรือไม่ว่าอาจมีปัญหาที่ตามมาจากฝนตกหนักได้เพราะสำหรับบางคนนั้นหน้าฝนดูจะเป็นฤดูที่น่าเบื่อทั้งถนนที่ขังน้ำเฉอะแฉะแถมกับเดินทางที่เเสนลำบาก...เเต่ทำไมเราควรต้องไปเลือกซื้อบ้านในช่วงเวลาหน้าฝนรู้ไหมว่าการเลือกซื้อบ้านในช่วงของหน้าฝนเเบบนี้ก็มีข้อดีด้วยเช่นกันเรามาดูกันครับว่ามีข้อดียังไง1.ได้เห็นความเหมาะสมของทำเลเมื่อเราเดินทางไปดูบ้านในช่วงหน้าฝนเวลาที่ฝนตกเเล้วเราจะได้เห็นปัญหาเกี่ยวกับฝนทั้งหมดตั้งแต่เรื่องของการเดินทางในช่วงฝนตกว่ามีปัญหาด้านการจราจรหรือรถติดมากน้อยแค่ไหนเห็นสภาพถนนว่ามีสภาพเป็นหลุมบ่อหรือมีน้ำขังไหมรวมไปถึงสามารถประเมินโอกาสที่จะมีน้ำท่วมบนพื้นที่บ้านของเรามากน้อยเเค่ไหนหรืออาจจะรวมไปถึงบริเวณโดยรอบว่าระบบของการระบายน้ำนั้นเป็นไปด้วยดีหรือไม่ 2.ได้เห็นสภาพบ้านในช่วงเวลาฝนตกปัญหาใหญ่ที่เจ้าของบ้านหลายคนหนักใจและจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างดีก่อนซื้อบ้านคืดปัญหาของการมีน้ำรั่วซึมฝนตกเราจะเห็นได้ชัดเลยว่าผนังมีน้ำรั่วซึมหรือไม่หลังคารางน้ำฝนมีน้ำหยดหรือเปล่า(เน้นสังเกตุช่วงรอยต่อ)มีน้ำกระเด็นเข้ามาในตัวบ้านหรือบริเวณที่จะใช้สอยหรือไม่โดยเฉพาะในส่วนของวงกบที่สามารถพบปัญหานี้ได้ง่ายจึงนำมาประกอบการตัดสินใจหรือประเมินได้ว่าจะแก้ไขอย่างไรก่อนตัดสินใจซื้อ3.ได้เห็นระบบการระบายน้ำเวลาเมื่อฝนตกหนักอาจจะเจอกับปัญหาน้ำท่วมขังหากจัดการระบบการระบายน้ำไม่ดีนักน้ำที่ไหลก็อาจจะช้าจนน้ำล้นทะลักเข้าบ้านซึ่งเป็นปัญหาที่เเก้ยากพอสมควรเลยและหากมาพบปัญหานี้หลังจากซื้อบ้านไปแล้วก็จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ดังนั้นหากถ้าเราเลือกดูบ้านในช่วงหน้าฝนก็มีโอกาสที่จะได้ตรวจเช็คก่อนการตัดสินใจซื้อคือเห็นปัญหาก่อนจะสายไป4.เรื่องของกลิ่นอับชื้นหน้าฝนย่อมมาพร้อมกับความชื้นกลิ่นอับโดยเฉพาะบ้านที่มีส่วนประกอบที่เป็นไม้นอกจากกลิ่นอับแล้วยังมีเรื่องของเชื้อราที่เกิดจากน้ำเเละความชื้นที่น่าเป็นกังวลใจดังนั้นการเข้ามาชมบ้านในช่วงนี้ จะทำให้ได้เห็นของจริงเลยว่าถ้าหากย้ายเข้ามาอยู่แล้วจะมีกลิ่นกวนใจหรือไม่ ถึงแม้หน้าฝนจะเป็นช่วงที่ลำบากสักนิดสำหรับการเดินทางแต่ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่อย่างการเลือกซื้อบ้านสักหลังถือว่าเป็นอีกโอกาสที่ดีในการเลือกคุณจะสามารถเลือกบ้านได้อย่างตรงใจไม่มีปัญหาเกี่ยวกับฝนเเน่นอน
เปิดดู:329
  หากเจอน้ำฝนที่ไหลลงมาจากหลังคาอาจสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คิดเพราะเมื่อมีปริมาณน้ำฝนที่ไหลมารวมกันจำนวนมากอาจจะเพิ่มความแรงและความเร็วเนื่องจากความลาดเอียงของเเต่ละชนิดหลังคาจึงสามารถกัดเซาะพื้นดินรอบบ้านให้เกิดเป็นหลุมเป็นบ่อจนถึงต้นไม้และสนามหญ้าที่สวยงามของท่านเสียหายหริอหากเกิดลมแรงยังพัดน้ำฝนย้อนมาสาดผนังและประตูหน้าต่างอาจทำให้เกิดรอยของคราบน้ำเกิดเชื้อราหรือเป็นเหตุให้เกิดรั่วซึมได้เเล้วความแรงของน้ำที่ตกลงมาอาจกระเด็นไปยังบ้านข้างเคียงได้ดังนั้นจึงควรติดตั้งรางน้ำฝนให้ดีเเละถูกต้อง    แต่เราจะเลือกวัสดุรางน้ำชนิดใดดีลองมาดูการเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยก่อนตัดสินใจกันทำการติดตั้งครับตารางเปรียบเทียบรางน้ำฝนแต่ละประเภทรางน้ำสังกะสีมีลักษณะเป็นแผ่นเหล็กเคลือบสังกะสีนิยมเรียกว่า"แผ่นสังกะสีหรือรางน้ำสังกะสี"เป็นวัสดุที่นิยมพับเป็นรางน้ำเพราะราคาไม่แพงจึงใช้กันแพร่หลายมาตั้งแต่อดีต-ข้อดีสามารถตัดและพับขึ้นรูปได้ตามรูปแบบขนาดที่ต้องการราคาไม่แพงนักติดตั้งได้ง่าย-ข้อเสีย โดนน้ำเเล้วเป็นสนิมและผุกร่อนได้มีความยาวจำกัดจึงมีรอยต่อซึ่งมักเป็นจุดที่รั่วซึมเเละหากติดตั้งแบบลอยตัวจะเห็นโครงรับรางชัดเจนรางน้ำสแตนเลสด้วยตัวของสแตนเลสเองเป็นโลหะที่ไม่เป็นสนิมจึงนิยมนำมาใช้ภายนอกแทนสังกะสีอย่างเเพร่หลายมากขึ้น-ข้อดีพับขึ้นรูปได้คล้ายกับรางสังกะสีแต่มีความแข็งแรงมากกว่ามีความทนทานสูงเเละโดนฝนเเล้วไม่เป็นสนิม-ข้อเสียมีความยาวค่อนข้างจำกัดจึงมีจุดของรอยต่อที่น้ำอาจรั่วซึมได้เมื่อถูกความร้อนมีการขยายตัวมากพื้นผิวมันวาวทำให้ไม่ค่อยเข้ากับสไตล์บ้านหากติดตั้งแบบลอยตัวจะเห็นโครงรับรางรางน้ำเหล็กชุบสีเป็นตัววัสดุรางน้ำอีกประเภทที่เด่นชัดเรื่องของความแข็งแรงทำจากเหล็กผ่านกรรมวิธีกันสนิมและนำมาชุบสีให้สวยงาม-ข้อดีแข็งแรงมากมีชุดประกอบสำเร็จรูปสำหรับประกอบหน้างานลดเวลาการติดตั้งมีสีให้เลือกตามต้องการหลายสี-ข้อเสีย คุณภาพตามแต่ละผู้ผลิตจึงมีหลายเกรดราคาค่อนข้างจะสูงหากเป็นสินค้านำเข้าใช้เวลานานในการสั่งของและต้องมีจำนวนขั้นต่ำในการสั่งสินค้าหากติดตั้งแบบลอยตัวจะเห็นโครงรับรางรางน้ำไฟเบอร์กลาสตัวของ"ไฟเบอร์กลาส"คือเส้นใยแก้วที่ปั่นให้เป็นเส้นละเอียดเพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุเสริมแรงในพอลิเมอร์หลายประเภทรวมทั้งพลาสติกเรซินที่นิยมนำมาขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆโดยเส้นใยแก้วมีความแข็งแรงทนต่อเเรงบิดแรงดึงสูงเเละโดนน้ำเเล้วไม่เป็นสนิมทนต่อการกัดกร่อนสูง-ข้อดีความทนทานสูงมีแบบสำเร็จรูปและสั่งผลิตได้ตามความต้องการมีน้ำหนักเบาไร้รอยต่อเพราะมีการเชื่อมให้เป็นเนื้อเดียวกัน -ข้อเสียหากการติดตั้งมีการตัดเจาะยกประกอบหน้างานการตัดวัสดุและการเชื่อมรอยต่อโดยการใช้ด้วยน้ำยาเชื่อมรอยอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้หากติดตั้งแบบลอยตัวจะเห็นโครงรับรางรางน้ำไวนิลตัวของไวนิลนั้นเป็นโพลิเมอร์สังเคราะห์ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติพิเศษกว่าโพลิเมอร์หรือพลาสติกทั่วไปมีความแข็งแรงค่อนข้่งสูงไม่ค่อยลามไฟหากเกิดเพลิงไหม้ทนต่อสภาพอากาศสภาพแวดล้อมได้ดีและไม่เป็นพิษต่อการสัมผัสทั้งยังมีกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานต่ำนำกลับมารีไซเคิลได้ -ข้อดี เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของบ้านเราโดยเฉพาะจึงมีความทนทานสูงมีชุดแบบสำเร็จรูปจึงติดตั้งง่ายสามารถทำงานได้ทันทีรวดเร็วและได้มาตรฐานมีดีไซน์สวยงามเพราะเมื่อติดแล้วจะยาวต่อเนื่องโดยไม่เห็นโครงรับรางน้ำ-ข้อเสียมีรูปแบบและสีจำกัดเนื่องจากการผลิตเป็นระบบสำเร็จรูป 
เปิดดู:564
1.หลังคาแบนหรือหลังคาSLAB ทำด้วยวัสดุที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กนิยมตามบ้านแบบสไตล์โมเดิร์นเน้นเพื่อความสวยงามเเละสามารถทำเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยบนหลังคาเช่นใช้เป็นที่พักผ่อนบนดาดฟ้าใช้เป็นพื้นที่ไว้ตากผ้าหรือจัดสวนบนหลังคาเพื่อตกเเต่งฯลฯ อาจจะมีข้อเสียที่หลังคาแบนซึ่งทำด้วยคอนกรีตจึงสะสมความร้อนไว้มากกว่าหลังคาแบบอื่นๆทำให้เกิดการคายความร้อนออกมาในช่วงที่อากาศเย็นลงในเวลากลางคืนทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนอบอ้าวเมื่อกลับมาบ้านในเวลาเย็นเเละการที่หลังคาแบนมีความลาดเอียงน้อยน้ำฝนจึงมักขังอยู่บนหลังคาได้ง่ายทำให้เกิดการรั่วซึมอยู่บ่อยๆหลังคาทรงนี้จึงไม่เค่อยเหมาะสำหรับบ้านเรือนที่พักอาศัยในเขตร้อนมักใช้คลุมพื้นที่เล็กๆภายในบ้านเช่นส่วนทางเดินเชื่อมต่อระหว่างบ้านและเรือนบริการ 2.หลังคาเพิงหมาแหงน คือเป็นหลังคาที่ยกให้อีกด้านสูงกว่าอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้เหมาะสมสำหรับบ้านขนาดเล็กเนื่องจากก่อสร้างง่ายรวดเร็วราคาประหยัด แต่ต้องระวังให้หลังคามีองศาความลาดเอียงเเละยื่นออกจากชายคามากพอ(120-180cm)เพื่อที่จะระบายน้ำฝนออกได้ทันไม่ไหลย้อนซึมกลับเข้ามาได้ 3.หลังคาทรงมนิลาหรือหลังคาหน้าจั่ว คือหลังคาที่มีลักษณะเเบบมีสันตรงกลางและลาดลงทั้ง2ข้างเป็นหลังคาที่มีความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นแบบของบ้านเราเมืองเราที่สุดมีความสะดวกในการก่อสร้างสามารถกันแดดกันฝนได้ดีและสามารถระบายความร้อนใต้หลังคาได้ดีซึ่งพื้นที่บริเวณใต้หลังคาจะมีพื้นที่เยอะมันอาจดูเหมือนเปลืองในการใช้พื้นที่แต่สามารถใช้เป็นห้องใต้หลังคาได้หากเจ้าของบ้านต่อเติมเพิ่มอีกอาจใช้เป็นห้องพักหรือเก็บของก็ได้4.หลังคาทรงปั้นหยาเป็นหลังคาที่กันแดดกันฝนได้ทุกด้านเเละเป็นทรงหลังคาที่ดีมากแต่ราคาในการสร้างเเละมุงนั้นค่อนข้างสูงราคาเเพงใช้วัสดุมากกว่าหลังคาชนิดอื่นๆตลอดจนต้องหาช่างที่มีฝีมือพอสมควรในการก่อสร้างเพราะมีรายละเอียดเยอะกว่าหลังคาชนิดอื่นๆหลังคาปั้นหยาพบเห็นได้ในอาคารจำพวกรีสอร์ทหรือบังกะโลไปจนถึงเรือนไทยซึ่งคุณสมบัติเด่นของมันคือการที่กันลมได้ดีกว่าหลังคาอื่น5.หลังคาปีกผีเสื้อ หลังคาชนิดนี้ประกอบด้วยหลังคาเพิงหมาแหงน2หลังหันด้านที่ต่ำกว่ามาชนกันไม่ค่อยเหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุกแบบเมืองไทยสักเท่าไรเนื่องจากต้องมีรางน้ำที่รองรับน้ำฝนจากหลังคาทั้ง2ด้านทำให้รางน้ำมีโอกาสรั่วซึมได้สูงจึงไม่เป็นที่นิยมสร้างกันมากนักยกเว้นอาคารที่ต้องการลักษณะเฉพาะพิเศษที่แปลกตาออกไป โครงสร้างหลังคาเปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของหลังคาเพราะทำหน้าที่คงรูปทรงของหลังคาบ้านโดยมีโครงสร้างหลังคาอยู่2แบบคือ1.โครงสร้างไม้สามารถติดตั้งได้สะดวกช่างธรรมดาสามารถติดตั้งได้เหมาะสำหรับบ้านไม้เพราะการยึดติดกับเสาและคานสามารถทำได้สะดวกแต่มีข้อเสียที่มีราคาค่อนข้างแพงและหาไม้ที่มีคุณภาพดีได้ยากมีการบิดงอง่ายไม่เที่ยงตรงและมีปัญหาเกี่ยวกับปลวก2.โครงสร้างหลังคาเหล็กมีความเที่ยงตรงในการทำงานเหมาะสำหรับบ้านที่ก่อสร้างด้วยปูนมีราคาถูกกว่าไม้เป็นโครงหลังคาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถรองรับการมุงหลังคาวัสดุต่างๆได้ทุกประเภทแต่ต้องอาศัยช่างที่มีประสบการณ์ในการเชื่อมต่อโครงหลังคาเหล็กและถ้ามีการป้องกันผิวไม่ดีเวลาเกิดการรั่วซึมของหลังคาจะมีปัญหาเรื่องการเกิดสนิมได้ปัจจุบันโครงหลังคามีวัสดุให้เลือกหลายชนิดโดยมีการผลิตวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่มาทดแทนเหล็กโครงสร้างแบบเดิมซึ่งถือเป็นนวัตกรรมระบบโครงสร้างหลังคาเหล็กพร้อมประกอบเรียกว่าผลิตภัณฑ์โครงหลังคาเหล็กสมาร์ททรัส(Smartruss)ซึ่งเป็นโครงหลังคากึ่งสำเร็จรูปผลิตจากเหล็กเคลือบซิงคาลุมซึ่งเป็นเหล็กเคลือบโลหะผสมระหว่างอลูมิเนียมกับสังกะสีทำให้มีน้ำหนักเบาและกันสนิมได้ดีกว่าเดิมถึง4เท่านอกจากนั้นยังคิดระบบวิธีการติดตั้งที่รวดเร็วประณีตลดจำนวนของเสียมีวิธีติดตั้งด้วยระบบสกรูช่วยให้การก่อสร้างบ้านทำได้รวดเร็วปลอดภัยและสร้างความมั่นใจได้จนเป็นที่นิยมกันอย่างรวดเร็วมีโครงการต่างๆเปลี่ยนมาใช้โครงหลังคาเหล็กสมาร์ทรัสกันหลากหลายขึ้น
เปิดดู:502
    ก่อนอื่นต้องบอกเลยครับหลายๆท่านยังคงสับสนในวิธีการคิดจุดของช่างไฟฟ้ากันนะครับ     วันนี้เราจะมานำเสนอวิธีคิดเบื้องต้นการนับจุดเเบบเข้าใจง่ายๆกันนะครับตามหลักเเล้วการนับน้ันจะอิงการเดินสายจากเมนไฟมาจ่ายอุปกรร์นั้นคิดเป็น1จุดเเสงสว่างนับจากหลอดมาที่สวิตซ์เป็น1จุดเเต่ก็อาจจะบางกรณีหากเดินสายยาวมากเกินไปช่างก็อาจจะคิดเป็นเหมาหรือคิดเป็นเมตรเเทนได้อันนี้ไม่ตายตัวอาจเเล้วเเต่ตกลงกันระหว่างเจ้าของบ้านกับช่างครับคิดเเบบปกติ(ส่วนใหญ่)1สวิตซ์ไปหลอดไฟ1หลอด=1จุดปลั๊กซ์1กล่อง1ช่อง-4ช่อง=1จุดดาวไลท์1สวิตซ์ไฟ4ดวง=2จุดตัวอย่างตามภาพนะครับจะได้เห็นภาพง่ายขึ้นตัวอย่างดังภาพเรามีจุดABCDEมี5เเบบด้วยกันเราจะคิดยังไง-จุดAค่อนข้างง่ายมากครับจากเมนมาปลั๊กก็คิดเป็น1จุด-จุดBสวิตซ์ไปจ่าย3หลอดเเยกกันคิดเป็น3จุด(หากกรณีเป็นดาวไลท์1สวิตซ์ไฟ4ดวง=2จุด)-จุดCก็อิงจากจุดBคิดเป็นสวิตซ์ไปหลอดเป็น2จุด-จุดDเราจะคิดจากเมนมาที่ปลั๊กไฟกราวด์คู่คิดเป็น1จุด+สวิตซ์ไปหลอดอีก1จุด=2จุด-จุดEเมนมาที่ปลั๊ก1-4ช่องวงจรเดียวกันคิดเป็น1จุด     เเต่ในบางกรณีช่างบางท่านอาจจะคิดเหมาหรือคิดจุดเป็นต่อปลั๊กต่อสวิตซ์เเต่ลดในเรื่องของราคาต่อจุดซึ่งวิธีคิดอาจจะไม่ได้ตายตัวเราลองมาคิดเล่นๆกันนะครับในกรณีนี้มันเป็นวิธีการประมาณราคาแบบง่ายครับวิธีนับวิธีคิดราคามันจึงไม่ได้ตายตัวหรือแม่นยำเป๊ะๆบางทีช่างอาจจะคิดคนละวิธีในแบบบ้านแต่ละหลังแต่ละแบบหรืออาคารแต่ละประเภทก็ได้ยิ่งช่างแต่ละคนยิ่งอาจมีความหลากหลายไปได้มากขึ้นอีกไม่เพียงแต่วิธีนับจุดอัตราค่าแรงต่อจุดก็เป็นในทำนองเดียวกันสุดท้ายให้ดูที่ราคารวมที่เราจะต้องจ่ายครับต่อรองกันไปรวมไปถึงการเทียบราคาช่างในแต่ละเจ้าด้วยลองนึกภาพตามนะครับ1.สวิทช์ในห้อง1จุดหลอดไฟเพดานห้อง1ดวง2.สวิทช์ในห้องชั้นล่าง1จุดหลอดไฟชายคาชั้นสอง1ดวง3.สวิทช์ในบ้าน1จุดหลอดไฟเพดานที่อาคารจอดรถ1ดวงคิดว่าทั้ง3กรณีใช้เวลาใช้แรงเท่ากันไหมความยากง่ายเหมือนกันไหมแล้วควรคิดราคาเท่ากันไหมเอาใหม่1.สวิทช์1จุดหลอดไฟเพดาน1ดวง2.สวิทช์1จุดหลอดไฟเพดาน4ดวง3.สวิทช์1จุดหลอดไฟโคมระย้า1ชุด(ชุดละสองแสนห้า)คิดราคาแบบไหนดี?เอาอีกสมมุติสวิทช์1จุดหลอดไฟเพดาน4ดวง-ช่างเอคิดเหมานับ1จุด600บาทต่อจุด-ช่างบีคิดสวิทช์1จุด200บาทคิดหลอดไฟเพดาน4จุดจุดละ100รวมทั่งสิ้น600บาทใครคิดผิดใครคิดแพงใครคิดไม่แพง(ราคารวมสุดท้ายเท่ากัน)ถ้าคิดละเอียดจะคิดแยกตามปริมาณวัสดุที่ใช้ เช่นสวิทช์กี่อันสายไฟแต่ละเบอร์กี่เมตรโคมไฟกี่ดวงในแต่ละแบบอุปกรณ์....จำนวน.....นั่นนี่แบบนี้ก็จะแม่นยำขึ้นอีกแต่ไม่นิยมทำกันในงานเล็กๆเพราะมูลค่างานระบบไฟฟ้าโดยปกติราวๆ15%ของมูลค่างานทั้งสิ้นซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าอาคารทั้งหลังการเหมาราคาเป็นจุดๆทำให้ง่ายและรวดเร็วความผิดพลาดต่างๆจึงไม่ได้มีมูลค่ามากมายนักตามไปด้วยนั่นเองเผลอๆลูกค้าต่อราคามากกว่าส่วนต่างในความแม่นยำเสียอีกทั่งนี้เราจะบอกได้ว่าการคิดราคาขึ้นอยู่กับขนาดของงานเเละความพอใจระหว่างช่างกับเจ้าของบ้านจะตกลงกันเองนะครับทางเราเพียงนำเสนอวิธีการคิดเเบบปกติเท่านั้น
เปิดดู:6423
ตรวจทานสัญญา
เริ่มต้น 229 บาท
ตรวจทาน+แก้ไข
เริ่มต้น 399 บาท